Automotive News

มาเซราติ ประเทศไทย เผยโฉม Maserati Levante S พวงมาลัยขวาครั้งแรกในเอเชียที่งาน Motor Expo 2017

มาเซราติ ประเทศไทย สยายปีกรุกตลาดพรีเมี่ยมลัคชัวรี่ ล่าสุดเผยโฉม มาเซราติ เลอวานเต้ เอส พวงมาลัยขวาครั้งแรกของเอเชียที่งานมหกรรมยานยนต์ 2017 พร้อมเสริมทัพด้วยยนตรกรรมพรีเมี่ยมลัคชัวรี่อิตาเลียน สปอร์ตลัคชัวรี่เต็มรูปแบบ

ปิยะเทพ ศิวากาศ ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ประเทศไทย ในนามบริษัท ดีไซน์ มอเตอร์เวอร์ค จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย (MGC – ASIA)  เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพในการเป็นผู้นำธุรกิจสินค้าระดับพรีเมี่ยมลัคชัวรี่ เซ็กเมนต์ และรองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตนั้น ล่าสุดบริษัทได้นำยนตรกรรม มาเซราติ เลอวานเต้ เอส (Maserati Levante S) พวงมาลัยขวาเข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเอเชีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34  (The 34th Thailand International Motor Expo 2017)  ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2560 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็คเมืองทองธานี

“นับตั้งแต่เปิดตัว เลอวานเต้ ในช่วงต้นปี เราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการรับรู้ในแบรนด์ของลูกค้า ปริมาณลูกค้าที่จองรถ และการเยี่ยมชมโชว์รูมที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นบริษัทมั่นใจอย่างยิ่งว่า เลอวานเต้ เอส จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้แผนการเพิ่มยอดจองในปี 2561 เป็น 100% จากปีนี้  และมั่นใจว่าภาพรวมตลาดของรถประเภทนี้ในปีหน้าจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในแต่ละแบรนด์ที่อยู่ในเซ็กเมนต์นี้ ได้มีการทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงปลายปีนี้และในปีหน้า ซึ่งจะกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อรถใหม่เพิ่มมากขึ้น บวกกับกำลังซื้อในตลาดยนตรกรรมพรีเมี่ยม ลัคชัวรี่นี้ ที่มีมากขึ้นอีกด้วยเช่นกัน“

มาเซราติ เลอวานเต้ เอส (Maserati Levante S)  มาพร้อมกับเครื่องยนต์ เบนซิน วี 6 ขนาด 2,979 ซีซี ที่ให้กำลังแรงม้าสูงถึง 430  แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม. ต่อชั่วโมง เพียง 5.2 วินาที ซึ่งจะทำให้ผู้ขับได้รับความรู้สึกที่แตกต่างจากการขับขี่รถยนต์สไตล์ SUV นอกจากเครื่องยนต์สมรรถนะสูงแล้ว รถยนต์มาเซราติมีเสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวถังภายนอกได้พัฒนาให้มีความโฉบเฉี่ยว หรูหรา สง่างาม ในมาดสปอร์ตดุดัน ตามแบบฉบับของรถ SUV อันแสดงถึงผลงานการออกแบบรถอเนกประสงค์สไตล์อิตาเลี่ยนอย่างแท้จริง อาทิ กระจังโครเมียมรมดำ ตราสัญลักษณ์อันโดดเด่นของมาเซราติ กรอบไฟหน้าดีไซน์เฉียบคมพร้อมไฟตัดหมอก  ซุ้มล้อหน้าเสริมช่องระบายความร้อน ประตูแบบไร้กรอบ  ดิฟฟิวเซอร์ท้ายที่มาพร้อมกับท่อไอเสียคู่  โลโก้บนเสาหลังคาท้ายรถ ซึ่งมาพร้อมกับการดีไซน์ประตูด้านหลังให้มีขนาดเล็กลงเพิ่มความปราดเปรียว และลดค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทาน (cd) ได้เป็นอย่างดีส่งผลให้ ค่า cd มีเพียง 0.31 ซึ่งถือว่าดีที่สุดในรถยนต์ประเภท SUV ทั้งหมดนี้สะท้อนความเป็น “บุคลิกยนตรกรรมรถอเนกประสงค์แบบอิตาเลียนขนานแท้”

มาเซราติ เลอวานเต้ เอส (Maserati Levante S) ได้ออกแบบโครงสร้างตัวถังโดยพัฒนาแชสซีส์ใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมทำให้มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง สามารถรองรับการขี่ทั้งในรูปแบบออนโรดและออฟโรดได้เป็นอย่างดี พร้อมระบบ “Q4” ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและรองรับด้วยระบบกันสะเทือนด้วยสปริงถุงลม (Air Suspension) ที่มีมาตรฐานสูง ปรับระดับแบบ 5+1 (Normal, Aero1, Aero2, Off-Road1, Off-Road2 and Easy Entry) ซึ่งสอดประสานการทำงานร่วมกับโช๊คอัพที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เหนือระดับด้วยสมรรถนะในการขับขี่อย่างเร้าใจ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบควบคุมแรงบิด Torgue Vectoring

มาเซราติ เลอวานเต้ เอส (Maserati Levante S) มีการออกแบบห้องโดยสารภายในแบบฉบับ Seamless Cabin Concept เน้นการออกแบบห้องโดยสารภายในให้มีความสมมาตร กว้างขวาง สง่างามในทุกมุมมอง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในทุกฟังก์ชั่นการใช้งานด้วย ระบบ Infotainment System รุ่นล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ทั้งระบบ iOS (Apple Carplay) และ Android (Android Auto) สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก  ทำงานร่วมกับ Rotary controller จอทัชสกรีนพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงขนาด 8.4 นิ้ว (Touch screen and Voice control ช่วยให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยระบบเสียงคุณภาพสูง Harman Kardon และเพิ่มความปลอดภัยในทุกการขับขี่

มาเซราติ เลอวานเต้ เอส  (Maserati Levante S) ยังพร้อมสรรพด้วย Safety Feature and Technology อาทิ

  • ระบบช่วยเบรคกรณีเข้าใกล้รถยนต์ด้านหน้าที่เคลื่อนตัวช้า (Adaptive cruise control)
  • ระบบช่วยเตือนกรณีรถเข้าใกล้รถยนต์คันหน้ามากเกินไป (Forward Collision Warning)
  • สัญญาณช่วยเตือนสิ่งที่อยู่ในมุมอัพของสายตา (Blind Spot Alert )
  • ระบบช่วยเตือนในการขับขี่ไม่ให้ขับออกนอกช่องจราจรที่ขับอยู่ (Lane Departure Warning)
  • กล้องแสวงภาพรอบทิศทางช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ในพื้นที่ที่จำกัด (Surround View Camera)

ทั้งนี้ มาเซราติเป็นหนึ่งในแบรนด์ภายใต้กลุ่มเอฟซีเอ (FCA Group – Fiat Chrysler Automobiles) ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก และเป็นผู้ผลิตรถยนต์หลากหลายแบรนด์ อาทิ มาเซราติ อัลฟา โรมิโอ เฟียต แลนเซีย ไครสเลอร์ จี๊บ ดอดจ์

มาเซราติ ประเทศไทย รับประกันและฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร ท่านสามารถทดลองขับมาเซราติ เลอวานเต้ เอส ได้แล้ววันนี้ที่ มาเซราติ ประเทศไทย โชวร์รูม เอ สแควร์  (A Square) สุขุมวิท 26 หรือติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของทางมาเซราติ ประเทศไทย ได้ที่ http://thailand.maserati.com เฟสบุ๊ค Maserati Thailand (@maserati.thailand) หรือ  อินสตาแกรม Maserati Thailand

ข้อมูลรถมาเซราติ เลอวานเต้ เอส

รายละเอียดด้านเทคนิค Levante S
ความยาว (มม.) 5,003
ความกว้าง (มม.) 1,968
ความสูง (มม.) 1,679
ความยาวฐานล้อ (มม.) 3,004
พื้นที่บรรทุกสัมภาระ (ลิตร) 580
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) 80
เครื่องยนต์ วี 6 เบนซิน
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 2,979
อัตราส่วนกำลังอัด 9.7:1
แรงม้าสูงสุด (กิโลวัตต์(แรงม้า) / รอบต่อนาที) 316 (430) / 5,750
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร / รอบต่อนาที) 580 / 4,500-5,000
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ (กม./ชม.) 264
อัตราเร่ง 0-100 กม. ต่อ ชม. 5.2
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย (ลิตร/100 กม.) 10.9
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในเมือง (ลิตร/100 กม.) 15
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันนอกเมือง (ลิตร/100 กม.) 8.5
อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย (กรัม/กม.) 253

 

  • อ้างอิงจากการทดสอบจามมาตรฐานของสหภาพยุโรป EC 100/1999 และ ECC 93/116 เพื่อจุดประสงค์ในการเปรียบเทียบความแตกต่างของรถยนต์ในแต่ละประเภทเท่านั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงกับรถยนต์คันใดคันหนึ่งโดยเฉพาะและไม่สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลผูกมัดในการเสนอขายสินค้าได้

 

โหมดการขับขี่ (Driving Mode)

 

 

 

โหมดปกติ โหมดช่วยเพิ่มการควบคุม
และประสิทธิภาพ
I.C.E. (Increased Control and Efficiency)
โหมดสปอร์ต โหมด
สปอร์ต
&แอโร่1
โหมด
สปอร์ต
&แอโร่2
โหมด

ออฟโรด 1

โหมด

ออฟโรด 2

เครื่องยนต์ ปกติ ประหยัดน้ำมัน สปอร์ต สปอร์ต สปอร์ต ออฟโรด ออฟโรด
การขับเคลื่อน ปกติ แบบเพิ่มการควบคุม สปอร์ต สปอร์ต สปอร์ต *ออฟโรด *ออฟโรด
ระดับความสูงช่วงล่าง ปกติ ปกติ ปกติ ลดลง 20 มิลลิเมตร ลดลง 35 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 25 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 40 มิลลิเมตร

 

*การขับเคลื่อน :การขับขี่แบบออฟโรดจะมีการกระจายกำลังขับเคลื่อนในอัตรา 50/50

Tags
Show More

digitalnext

จากอดีตนักเขียนและนักทดสอบรถยนต์จาก 9CarThai มาเป็นผู้ก่อตั้ง NextTechDrive เว็บไซต์ข่าวสารยานยนต์ที่เน้นไปที่เทคโนโลยีล้ำสมัยของรถยนต์ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัล

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Close